เมื่อก่อนเราจะต้องใช้ iTunes ในการอัปเดต iPhone, iPad หรือ iPod Touch อยู่เสมอ แต่เมื่อวันที่ iOS 5 เปิดตัวพร้อมกับลูกเล่นการอัปเดตผ่านตัวเครื่องโดยตรง ทำให้อำนวยความสะดวกในการอัปเดต ลดความเสี่ยงเครื่องดับ หรือ Error ลงไปได้มากโข

การอัปเดต iOS เวอร์ชั่นใหม่โดยตรงจากเครื่อง ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เตรียมการง่าย ๆ 3 ขั้นตอนก่อนอัปเดต ดังนี้

1. สำรองข้อมูลที่สำคัญเสียก่อน โดยเปิด iCloud Backup หรือกด Backup ใน iTunes

2. ลบสิ่งที่ไม่จำเป็นออก เตรียมพื้นที่ในการอัปเดตให้ว่างไว้สัก 2-3 กิกะไบต์

3. หาอินเทอร์เน็ต Wi-Fi แรง ๆ กับชาร์จแบตเตอรี่เครื่องให้เต็ม

**สำหรับ iPhone หากเป็นเครื่องศูนย์ไทย (ทั้งเครื่องใหม่และเครื่องเคลม) หรือเครื่องหิ้วที่มั่นใจว่าเป็น Official Unlock สามารถอัพเดต iOS จากเครื่องได้เลย ส่วน iPad และ iPod touch อัปเดตได้ทุกเครื่อง

ส่วนวิธีการอัปเดตนั้น มาดูขั้นตอนกันตามนี้

 

1.) ชาร์จแบตเตอรีของเครื่องให้เต็ม แล้วต่อ Wi-Fi ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้
(ถ้าให้ดีควรหาอินเทอร์เน็ตแรง ๆ ใช้ด้วย)

2. เข้าไปที่ Settings > General > Software Update (การตั้งค่า > ทั่วไป > อัปเดตซอฟท์แวร์)

3. การแจ้งอัปเดตจะแสดงขึ้น ให้แตะที่ Download And Install (ดาวน์โหลดและติดตั้ง) เพื่อติดตั้ง (อัปเดตในบาง Vesion จะบังคับให้ต้องต่อ Wi-Fi เพราะขนาดไฟล์ติดตั้งที่ใหญ่มาก)

หรือหากต้องการดูรายละเอียดการอัปเดต แตะที่ Learn More (เรียนรู้เพิ่มเติม)

4. หน้าต่างแสดงเงื่อนไข และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องทางกฎหมายจะแสดงขึ้น
ให้แตะที่ Agree (ยอมรับ) เพื่อทำต่อ

5. เครื่องจะทำการดาวน์โหลดไฟล์อัปเดต พร้อมติดตั้ง
ทั้งนี้ ความเร็วในการอัปเดต ขึ้นอยู่กับความเร็วอินเทอร์เน็ตและขนาดไฟล์ที่อัปเดต

6. เมื่อ Download เสร็จ แตะที่ Install (ในบางอัปเดตอาจติดตั้งอัตโนมัติให้ทันที)
เครื่องจะทำการ Restart เพื่อทำการติดตั้ง และในบางครั้งอาจ Restart มากกว่าหนึ่งรอบได้

หลังจากติดตั้งเสร็จ เครื่องจะเปิดขึ้นมาใหม่ พร้อมทำงานอีกครั้งหนึ่ง

การอัปเดต iOS ผ่านเครื่องโดยตรง เป็นสิ่งที่ทำให้การอัปเดตสะดวกขึ้น และมีความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาดน้อยกว่าการอัปเดตผ่านคอมพิวเตอร์ครับ อีกทั้งยังสามารถทำได้ทุกที่ที่มี Wi-Fi ใช้งานเช่นกัน

 

ท้ายสุดนี้ โดยปกติแล้ว การอัปเดต iOS ไม่ทำให้ข้อมูลหาย หรือมีผลต่อข้อมูลอะไรของเครื่อง สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องหลังจากอัปเดต iOS อย่างแน่นอน

ที่มา : macstroke

NO COMMENTS

LEAVE A REPLY