หลังจากที่ได้มีการชำแหละ iPad Mini กันไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ล่าสุด นักวิเคราะห์จาก IHS iSuppli พบว่า iPad Mini รุ่น 16GB Wi-Fi จะมีต้นทุนสำหรับค่าชิ้นส่วนทั้งหมดที่ใช้ในการผลิตอยู่ที่ 180 เหรียญฯ จากราคาขาย 329 เหรียญฯ คิดเป็นกำไรขั้นต้น (Gross Profit) ที่สูงถึง 43% เลยทีเดียว

นอกจากนี้ ต้นทนการผลิต (Bill of matierials : BOM) ของ iPad Mini สำหรับรุ่นความจุที่สูงขึ้นจะมีราคาแพงขึ้น เพราะสตอเรจ โดยรุ่น 32GB จะมีต้นทุนเพิ่มอีกประมาณ 15.50 เหรียญฯ และ 64GB จะเพิ่มขึ้นอีก 46.50 เหรียญฯ นั่นหมายความว่า กำไรขั้นต้นของรุ่น 32GB และ 64GB จะเพิ่มขึ้น 52% และ 56% สำหรับชิปสตอเรจที่ใช้ใน iPad  Mini ผลิตโดย Hynix บริษัทในเกาหลีใต้ ในขณะที่ชิปหน่วยความจำระบบจะใช้ของ Elpida บริษัทในญี่ปุ่น ซึ่งปกติแล้ว ชิ้นส่วนของการผลิตทั้งสองอย่างนี้ Apple จะซื้อจาก Samsung ทั้งนี้ทางบริษัทได้กระจายความเสี่ยงในการสั่งซื้อขิ้นส่วนที่ใช้ในการผลิตเครื่องมาตั้งแต่ iPhone 5 แล้ว

นอกจากเรื่องของชิปสตอเรจ และหน่วยความจำแล้ว หน้าจอขนาด 7.9 นิ้วของ iPad Mini ยังเป็นชิ้นส่วนที่มีราคาแพงที่สุดในเครื่องอีกด้วยคือ ประมาณ 80 เหรียญฯ (2,400 บาท) หรือคิดเป็น 43% ของต้นทุนการผลิต ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า จอดังกล่าวทาง Apple สั่งซื้อจาก LG Display อย่างไรก็ตาม หากสามารถลดต้นทุนจอแสดงผลลงได้ด้วยการเลือกผู้ผลิตรายอื่นมาทำได้ กำไรขั้นต้นของ iPad Mini จะขยับสูงขึ้นไปอีก ซึ่งถ้า iPad Mini ได้รับการตอบรับจากลูกค้ามากเท่าไร กำไรของ Apple ก็จะทยานส฿งขึ้นเร็วเท่านั้นholding chips made by Broadcom.

 

ที่มา  ข่าวไอที arip

NO COMMENTS

LEAVE A REPLY