วันนี้เเล้ว ที่ชาว iPhone, iPad, iPod Touch จะสามารถอัพเดต iOS เป็น iOS 7 ที่หลังจาก Apple ได้ประกาศให้ผู้ใช้ สามารถอัพเดต ได้ ในวันที่ 18 กันยายนนี้

หลังจากที่แอปเปิลประกาศเปิดให้ผู้ใช้  สามารถอัพเดตเป็น iOS 7 ที่หลายคนรอคอยได้ในวันที่ 18 กันยายนนี้ ก็มีคำถามตามมามากมายว่า เราควรจะอัพเดตดีไหม, อัพแล้วเครื่องจะช้าลงรึเปล่า, กินแบตแค่ไหน ? รวมไปถึงวิธีการอัพเดต ซึ่งทีมงาน MacThai ก็ขอเรียบเรียงข้อมูลไว้ให้ได้ทราบกัน

iOS 7 จะสามารถอัพเดตได้เฉพาะบน

  • iPhone 5, iPhone 4s, iPhone 4
  • iPad 4, iPad 3, iPad 2, iPad Mini
  • iPod touch (5th generation)
  • เครื่องที่ลอยแพบุ๋งๆ ไปแล้วคือ iPhone 3GS, iPad รุ่นแรก และ iPod Touch รุ่นที่ 4

อัพเป็น iOS 7 แล้วเครื่องช้าลงจริงไหม?เครื่องไหนบ้างที่ไม่ควรอัพ?

ระบบปฏิบัติการทุกตัวเวลาออกเวอร์ชันใหม่ ก็จะเพิ่มความสามารถใหม่ๆ เข้ามา แน่นอนว่ามันทำให้เครื่องทำงานหนักขึ้น เครื่องรุ่นเก่าก็จะทำงานช้าลงเป็นเรื่องปกติโลก แต่คำถามคือแล้วคำว่าช้านี่คือช้าลงแค่ไหน ? จากที่ทีมงานได้ทดลองใช้ iOS 7 GM กับเครื่องรุ่นต่างๆ เราพบว่า

  • iPhone 5, iPad 4, iPad 3 เครื่องช้าลง 5%
  • iPhone 4s, iPad 2, iPod Touch (5th generation) เครื่องช้าลง 10%
  • iPhone 4, iPad Mini เครื่องช้าลง 15-20%
  • คำว่าช้าลง คืออะไรที่คุณเคยทำได้เต็มร้อยมันก็อาจจะเลื่อนไหวช้าลง คิดนานขึ้น กระตุกขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าจะให้แนะนำ เราขอให้คนที่ใช้ iPhone 4 และ iPad Mini ควรพิจารณาให้ดีก่อนอัพเป็น iOS 7 จะดีกว่า

ใช้ iOS 7 Beta, GM อยู่ จะอัพเป็นเวอร์ชันปกติต้องทำยังไง??

ใครที่ใช้ iOS 7 Beta หรือรุ่น GM อยู่นั้น แอปเปิลจะถือว่าเป็นเวอร์ชันทดสอบก่อนใช้งานจริง จะไม่สามารถอัพเดตเป็น iOS 7 เวอร์ชันปกติได้ โดยผู้ใช้จะต้อง Backup ข้อมูลแล้วสั่ง Restore เครื่องกลับไปเป็นเครื่องเปล่า เมื่ออัพเป็น iOS 7 แล้วถึงจะดึงข้อมูลจาก Backup กลับมาได้  เมื่ออัพเป็น iOS 7 แล้วจะไม่สามารถกลับมาใช้ iOS 6 ได้อีก

วิธีการอัพเดตเป็น iOS 7

1. ลง iTunes 11.1   จะให้อัพเดต iOS 7 ได้คุณต้องใช้ผ่าน iTunes เวอร์ชัน 11.1 ขึ้นไป หลายคนอาจจะไม่ได้อัพผ่าน iTunes แต่อยากจะบอกว่าการ Back Up ข้อมูลผ่าน iTunes ไว้ก็ดี เผื่อเกิดข้อผิดพลาดใดๆ ถ้าใครยังไม่อัพก็ไปดาวน์โหลดได้ที่ http://www.apple.com/itunes

2. Backup Backup Backup  ไม่มีระบบไหนที่จะสมบูรณ์ ถ้าไม่อยากกรี๊ดที่อัพ iOS ใหม่แล้วภาพถ่ายในเครื่องหาย วิดีโอหาย เกมส์ที่เล่นเซฟหาย ก็จง Backup ทั้งหมดไว้ก่อน ซึ่งวิธี Backup มีอยู่ 2 แบบคือ

  • Backup ผ่าน iCloud ไปที่ Setting -> iCloud -> Storage & Backup -> กดปุ่ม Backup Now (เก็บข้อมูลได้แค่ 5GB นะ ถ้ามากกว่านั้นต้องจ่ายตังค์ซื้อเนื้อที่เพิ่ม)
  • Backup ผ่าน iTunes ง่ายมาก เสียบสายเข้ากับเครื่อง กดไปที่ iTunes คลิ๊กขวาที่เครื่อง แล้วเลือก “Backup”

3. ถ้า Jailbreak เครื่อง, ลงแอพตู้ อย่าอัพเองถ้าไม่รู้จริง ถ้าคุณใช้ชีวิตอยู่กับการ Jailbreak เครื่อง การอัพ iOS 7 อาจจะทำให้แอพ Cydia หรือแอพอื่นๆ ที่โหลดอย่างผิดกฏหมายแอปเปิลหายไปได้ แนะนำให้อย่าเพิ่งอัพเดต และรอติดตามผู้ที่อัพเดตไปแล้ว ทำตามข้อแนะนำในเว็บบอร์ดที่ท่านใช้เป็นประจำเถิด   สำหรับผู้ที่ใช้บริการแอพตู้ การอัพไป iOS 7 ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาโดยเฉพาะการอัพเดตแอพบางตัว และเรื่องการล็อกเครื่อง เราก็ไม่แนะนำให้อัพ ถ้าไม่ได้ความช่วยเหลือจากร้านตู้ที่ท่านไปลง (ข้อเสียของการใช้แอพตู้)

4. อัพเดตได้เมื่อไหร่  ตามเวลาปกติแล้วน่าจะอัพได้วันที่ 18 ก.ย. เวลา 10.00 น. ในสหรัฐ ซึ่งตรงกับเที่ยงคืนของวันที่ 18 ก.ย. ในไทย แต่ก็เป็นไปได้ว่าปีนี้อาจจะช้าหรืออาจจะเร็วกว่านั้น

  • ถ้าเราไม่ Backup ข้อมูล เกิดอัพ iOS 7 แล้วมีปัญหา  รูปอาจจะหาย เซฟเกมส์หาย แชทที่คุยกับเพื่อนหาย  เพราะฉะนั้นควรจะ Backup ข้อมูลก่อน

5. อัพเดตยังไง ?

ก่อนอัพเดตแนะนำให้

  • ลบข้อมูลในเครื่อง ให้มีเนื้อที่เหลืออย่างน้อย 2-3 GB
  • ต่อเน็ต Wifi ที่มีความไวพอ ไม่ควรอัพผ่าน 3G, 4G
  • ชาร์จแบตให้เกินกว่า 50-70% ไว้รอ

สำหรับการอัพเดตมีอยู่ 2 วิธีคือ

  • OTA : อัพเดตผ่านเครื่องเราเลย ไปที่ Setting -> General -> Software Update ถ้า iOS 7 ออกมาแล้วจะอัพเดตได้เลย
  • iTunes : เสียบสาย แล้วเปิดไปที่ iTunes แล้วกดปุ่ม Check for Update ถ้า iOS 7 ออกมาแล้วจะอัพเดตได้เลย

6. สิ่งที่จะได้และหายไปเมื่ออัพเป็น iOS 7

  • หน้าตาการใช้งานแบบใหม่ รูปแบบการใช้งานจะคล้ายเดิม แต่ต้องทำใจรับว่าการใช้งานบางอย่างอาจจะไม่เหมือนเดิม
  • ปุ่ม Tweet, Facebook ใน Notification จะหายไป
  • เราจะได้ใช้คีย์บอร์ดภาษาไทย ที่มีฟอนต์แบบใหม่
  • ถ้าอัพเป็น iOS 7 แล้วจะไม่มีทางกลับมาใช้ iOS 6 ได้ โปรดคิดก่อนอัพ
  • แบตจะหมดไวขึ้นประมาณ 5-10%
  • บางแอพอาจจะยังใช้งานบน iOS 7 ไม่ได้ แต่แอพหลักอย่าง Facebook, Instagram, Line, Twitter ใช้งานได้ตามปกติ

 

 

 

 

ขอขอบคุณที่มาเเละรูปภาพ macthai.com

NO COMMENTS

LEAVE A REPLY