วิธีเลี่ยง “พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อความชื้น” ไม่ให้ iPhone, iPad, มือถือ และแท็บเล็ต ตั้งแต่ที่ความนิยมของ iPhone เพิ่มขึ้นในประเทศไทย เรามักจะเห็นคำถามเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ของตัวเครื่อง iPhone ที่เสียโดยไม่รู้สาเหตุอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงผู้ใช้ที่ออกมาโวยวายว่าเครื่องมีปัญหาแล้วศูนย์บริการไม่เคลมให้ฟรี โดยอ้างว่า “เครื่องชื้น เคยโดนน้ำมาก่อน” ทั้งที่ผู้ใช้ไม่ได้ทำเครื่องตกน้ำ และเครื่องยังอยู่ในประกัน

เหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ส่วนใหญ่ มักเกิดจากสิ่งที่เรียกว่า “User Error” หรือความผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจของตัวผู้ใช้เองนี่แหละครับ

วิธีเลี่ยง “พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อความชื้น” ไม่ให้ iPhone, iPad, มือถือ และแท็บเล็ต

วิธีเลี่ยง “พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อความชื้น” ไม่ให้ iPhone, iPad, มือถือ และแท็บเล็ต ตั้งแต่ที่ความนิยมของ iPhone เพิ่มขึ้นในประเทศไทย เรามักจะเห็นคำถามเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ของตัวเครื่อง iPhone ที่เสียโดยไม่รู้สาเหตุอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงผู้ใช้ที่ออกมาโวยวายว่าเครื่องมีปัญหาแล้วศูนย์บริการไม่เคลมให้ฟรี โดยอ้างว่า “เครื่องชื้น เคยโดนน้ำมาก่อน” ทั้งที่ผู้ใช้ไม่ได้ทำเครื่องตกน้ำ และเครื่องยังอยู่ในประกัน!

เหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ส่วนใหญ่ มักเกิดจากสิ่งที่เรียกว่า “User Error” หรือความผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจของตัวผู้ใช้เองนี่แหละครับ

นั่นรวมถึงปัญหา “เครื่องมีความชื้นทั้ง ๆ ที่ไม่ได้โดนน้ำ” ด้วยเช่นกัน อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั้งหลาย รวมถึงสมาร์ทโฟน ต่างก็ขึ้นชื่อเรื่อง “ไม่ถูกกับน้ำหรือของเหลว” เป็นปกติ ยิ่งกับ iPhone ด้วยแล้ว ยิ่งมีอาการกลัวน้ำมากกว่าอุปกรณ์อื่น ๆ นัก… “ถ้าถามว่าiPhone กันน้ำได้ไหม ตอบเลยว่า ไม่ได้!”

ไม่ใช่น้องหมานะ แต่ทำไม iPhone ถึงกลัวน้ำ?

ไม่ใช่น้องหมานะ แต่ทำไม iPhone ถึงกลัวน้ำ

ถึงแม้ว่าตามสเป็คในกระดาษ iPhone จะทนต่อความชื้นได้อากาศได้สูงมากก็ตาม แต่ด้วยสภาพอากาศประเทศไทยที่ร้อนชื้น โอกาสที่ iPhone จะเกิดความชื้นก็มีมากกว่าเมืองฝรั่งมาก ยิ่งไปกว่านั้นความชื้นในอากาศและอุบัติเหตุที่เกิดจากน้ำ จะไม่ครอบคลุมในประกันของ iPhone หรือ iPad หรือพูดง่าย ๆ ว่า

“เครื่องชื้น เครื่องเปียกน้ำ = ไม่รับประกัน”

เห็นแบบนี้แล้ว อุปกรณ์ขนาดเล็กอย่าง iPhone ยิ่งกลัวน้ำเข้าไปใหญ่ เพราะรอบตัวเครื่องมีช่องเชื่อมต่อต่าง ๆ เปิดอยู่ตลอดเวลา เป็นช่องทางให้น้ำและความชื้นเล็ดลอดเข้าไปง่ายกว่า iPad เยอะครับ

แล้วศูนย์บริการรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องเราชื้น?

ปกติ ใน iPhone และ iPad จะมีแถบกระดาษสำหรับวัดความชื้นฝังอยู่ภายในเครื่องครับ ถ้าเกิดเจ้ากระดาษที่ว่า ได้รับความชื้นมาก หรือถูกน้ำ มันจะเปลี่ยนจากสีขาว เป็นสีชมพูหรือแดง ทำให้ศูนย์บริการตรวจสอบได้ว่าเครื่องเราได้รับความเสียหายจากความชื้นมารึเปล่า

โดยเฉพาะใน iPhone 4, iPhone 4S และ iPad รุ่นเก่า ๆ ที่แถบวัดความชื้นถูกฝังอยู่ในช่องเสียบสายชาร์จ และช่องเสียบหูฟัง ทำให้มีโอกาสเสี่ยงที่เครื่องจะชื้นสูงมาก ๆ หากเครื่องมีความชื้น แอปเปิลและศูนย์บริการจะไม่รับประกันครับ ต้องเสียค่าเปลี่ยนเครื่องใหม่ในราคาประมาณ 7,000-9,000 บาท หรือมากกว่านั้น แล้วแต่รุ่นของอุปกรณ์และเครือข่ายที่ใช้ (เพราะแต่ละเครือข่ายคิดค่าเปลี่ยนเครื่องไม่เท่ากันด้วย!)

แถบวัดความชื้นของ iPhone 4/4S

(แถบวัดความชื้นของ iPhone 4/4S จะอยู่ในช่องเสียบสายชาร์จและเสียบหูฟัง)

ส่วนใน iPhone 5, iPad รุ่นที่ 4, iPad mini และรุ่นใหม่ ๆ แอปเปิลได้ย้ายแถบตรวจวัดความชื้นไปใส่ในช่องเสียบถาดซิมแล้ว และตรวจสอบการโดนน้ำของเครื่องจาก “การขึ้นสนิม” ภายในเครื่องแทน ทำให้โอกาสที่เครื่องจะหมดประกันจากเรื่องความชื้นน้อยลงกว่าเดิมมาก เพราะถ้าทำเครื่องขึ้นสนิมได้ แสดงว่าไปทำตกน้ำมาแน่ครับ

 

ที่มา : tphattara.com

และขอขอบคุณทีมงาน moboque.com  app ipad app iphone ฟรี แนะนำ,รับทำเกมส์ iphon,ข่าว App iPad ฟรี , app iphone free 2012, Application iPad Developerรับทำ App iPad, รับทำ Application iPadรับสร้าง Application iPadรับทำ Game iPadรับเขียน iPad AppApplication for iPad,Application for ipad,  App for ipad,  app ipad ,  Application ipad , รับทำ app ipadรับทำ เกม ipad , แอพไอแพดฟรี, แอพไอแพดเจ๋งๆแอพฟรี แนะนำช่วยแนะนำ app ฟรี

 

NO COMMENTS

LEAVE A REPLY