หลายคนอาจจะเคยเห็น ร้านมือถือหลายร้านที่เป็ฯตู้กระจก ตามห้างสรรพสินค้า หรือตลาดนัดต่างๆ และคงเคยเห็นป้าย “รับลงแอพ” หรือ “แอพแท้ไม่ต้องเจล” ป้ายเหล่านี้เป็นป้ายประชาสัมพันธ์ว่าร้านเหล่านี้ให้บริการติดตั้ง “แอพมือถือ” แก่ลูกค้า (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่ใช้ iPhone/iPad ) การที่เราเห็นป้ายเหล่านี้ตามร้านมือถือทั่วไปประเทศไทยเป็นสัญญาณบอกว่ายริการลงแอพนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก การติดตั้งแอพแบบนี้ เกือบทั้งหมดเป็นแอพ “ละเมิดลิขสิทธิ์” นอกจากนี้ยังส่งผลเสียต่อมือถืออีกด้วย

ในโลกยุคสมาร์ทโฟนครองเมือง คำว่า โทรศัพท์ เริ่มห่างไกลกับโทรศัพท์แบบปุ่มกดในอดีต และใกล้เคียงกับคอมพิวเตอร์มากขึ้น การใช้สมาร์ทโฟนปัจจุบันไม่ว่าค่ายไหนเจ้าของเครื่องจำเป็นต้องมีบัญชีล็อกอินของค่ายนั้นๆด้วย บัญชีล็อกอินพวกนี้มีไว้ ระบุตัวตนของผู้ใช้ เพื่อให้บริษัทผู้ผลิตเชื่อโยงข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตเข้าโทรศัพท์ของเราให้ถูกตัว ข้อมูลของเราหลายๆอย่างไม่ว่จะเป็นอีเมลล์ สมุดที่อยู่ รูปภาพ รวมถึง แอพพลิเคชั่น จะถูกเก็บไว้อีกก๊อปปี้นึงบนอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา เรียกว่าถ้าเครื่องหายหรือซื้อเครื่องรุ่นใหม่ ข้อมูลเก่าก็ยังอยู่ครบและดึงกลับมาลงโทรศัพท์ใหม่ทันที ข้อมูลพวกนี้หมายถึง “แอพ” ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องด้วย

การซื้อแอพมือถือตามกระบวนการปกติจึงเริ่มจากเราล็อกอินด้วยบัญชีว่วนตัวเข้าหน้าร้านขายแอพ (ที่เราเรียกกันว่า Store) เลือกแอพที่ต้องการซึ่งมีทั้งแบบฟรีและเสียเงิน จากนั้นบริษัทผ็ที่ให้บริการแอพจะส่งไฟล์ของแอพผ่านอินเทอร์เน็ตมาติดตั้งบนเครื่องของเราอัตโนมัติ รอโหลดเสร็จก็พร้อมใช้งานทันที

ต้องอธิบายว่าการซื้อ แอพ ลักษณะนี้ต่างไปจากการซื้อซอฟต์แวร์แบบแผ่นในอดีต เพราะจริงแล้วมันเป็นการซื้อ สิทธิ์ใช้แอพ ไม่ใช่ตัวแอพจริงๆ ซึ่งประโยชน์ของมันจะเกิดขึ้นเมื่อเรามีอุปกรณ์มากกว่า 1 เครื่องจ่ายเงินเพียงครั้งเดียวก็สามารถติดตั้งแอพเดียวกันบนอุปกรณ์ทุกตัวที่ล็อกอินด้วยบัญชีของเราได้ (บางบริษัทอาจกำหนดจำนวนสูงสุด เช่น 5 เครื่อง) โดยปกติแล้ว โทรศัพท์หรือแท็บเล็ตหรึ่งเครื่องสามารถล็อกอินเพื่อซื้อแอพพลิเคชั่นได้ครั้งหนึ่งบัญชีเท่านั้น ตรงนี้เลยกลายเป็นช่องว่างของผู้ขายแอพฉกฉวย

ร้านมือถือตู้จะสร้างบัญชีล็อกอิน (ส่วนใหญ่เป็น Apple ID ) ขึ้นมาหนึ่งบัญชี แล้วบัญชีนี้ซื้อแอพอย่างถูกต้องตามลิขสิทธิ์จากแอปเปิ้ลมาสะสมไว้จำนวนมากๆ (บางกรณีเป็นหลักพันตัว) เมื่อลูกค้านำ iPhone, iPad มาให้ลงแอพให้ร้านต็เหล่านี้จะลบ Apple ID ของเจ้าของออกจากระบบ แล้วล็อกอินด้วยบัญชี Apple ID ของทางร้าน ทำให้แอปเปิ้ลมองว่าเจ้าของมือถือเครื่องนั้นคือร้านไม่ใช่เจ้าของตัวจริง และอนุญาตให้ติดตั้งแอพที่ซ้อด้วยบัญชีของทางร้านได้

สมมติว่ามีคนมาใช้บริการติดตั้งแอพตู้แบบนี้ 100 คนก็แปลว่ามือถือทั้ง 100 เครื่องจะใช้บัญชี Apple ID อันเดียวกันทั้งมด เพียงแค่แอพที่ติดตั้งอาจไม่เหมือนกัน 100 % เพราะเจ้าของเครื่องเป็นคนเลือกว่าจะให้ลงแอพตัวไหนบ้างในแง่ของลูกค้าที่เอาไปติดตั้งแอพอาจรู้สึกว่าได้ประโยชน์ เพราะได้แอพจำนวนมากในราคาถูกเพียงหลักร้อย แต่จริงๆแล้วการติดตั้งแอพตู้แบบนี้มีข้อเสียใหญ่ๆ 2 ประการ

อย่างแรกที่ชัดเจนมากคือ การติดตั้งแอพแบบนี้ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และส่งผลให้เจ้าของแอพขาดรายได้ที่พึงมี เพราะแทนที่คนซื้อ 100 คน จะได้เงินค่าแอพ 100 ครั้ง ก็กลับได้เงินจากร้านตู้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น (ส่วนเงินที่ลูกค้าจ่ายให้แอพตู้ก็กลายเป็นกำไรของเจ้าของร้านตู้ไปแทน)

อย่างที่สองไม่ชัดเจนเท่า แต่ปัญหาจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ เจ้าของเครื่องจะ เสียสิทธิ์ ในการควบคุมการติดตั้งแอพภายในเครื่องไปเลย เพราะบัญชี Apple ID  เป็นของทางร้านไม่ใช่ของเราเอง และร้านไม่มีทางยอมรับให้รหัสผ่านของ Apple ID นั้นกับเราอย่างแน่นอน ดังนั้น ถ้ามีแอพออกใหม่และต้องการอัพเดต เจ้าของเครื่องทำอะไรเองไม่ได้เลย ต้องกลับไปที่ร้านเพื่อขอให้อัพเดตให้ (และอาจโดนคิดค่าบริการไปอีก 100-200 บาท แล้วแต่เงื่อนไขของทางร้าน) ทั้งที่จริงๆแล้วสิทธิ์ในการอัพเดตแอพควรเป็นเจ้าของเครื่องมาตั้งแต่ต้น และไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆอยู่แล้ว

นอกจากนี้ในอนาคตแอปเปิลยังเตรียมความสามารถใหม่ที่จะให้เจ้าของ Apple ID สามารถสั่ง ล็อกเครื่อง จากระยะไกลได้กรณีที่เครื่องถูกขโมย เครื่องที่ถูกล็อกจะทำงานไม่ได้อีกเลยเพื่อป้องกันการนำไปขายต่อในตลาดมืด

เรื่องนี้น่ากลัวมากสำหรับคนใช้แอพตู้ เพราะว่าบัญชี Apple ID ที่ควบคุมเครื่องอยู่เป็นของร้านไม่ใช่ของเราเอง ดังนั้นในอนาคตไม่มีอะไรการันตีให้อุ่นใจเลยว่าลงแอพจากร้านแล้วจะไม่โดนทางร้านแกล้งสั่ง ล็อกเครื่อง ของเราดื้อๆ เพราะถ้าเจอแบบนี้จริงๆมือถือเครื่องละหมื่นจะกลายเป็นก้อนอิฐทันที

การติดตั้งแอพมือถือด้วย ID เราเองนั้นปลอดภัยกว่ากันมาก เรายังมีสิทธิ์ความเป็นเจ้าของเครื่องทุกประการ และกระบวนการก็ไม่ได้ยากอะไ ของเพียงมีอินเทอร์เน็ตก็พอแล้ว  ถึงแม้ไม่มีแอพแบบเก็บเงินมาให้ใช้งานในราคาถูก หรือไม่ก็แจกฟรี

 

ที่มา thairath.co.th

 

NO COMMENTS

LEAVE A REPLY